กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
เรื่องของสาวๆ / ศัลยกรรมความงาม ตัดกรามวีไลน์
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ กันยายน 21, 2017, 04:11:45 PM »
ศัลยกรรมความงาม ตัดกรามวีไลน์ ตัดกรามวีไลน์ แล้วแก้มจะห้อยลงมาไหม หน้าตอบมากเลยค่ะ หลังผ่าตัดเนื้อจะห้อยมั้ย ? ถือเป็นโชคดีของคนหน้าตอบค่ะ เพราะหลังผ่าตัดโครงหน้าแล้ว ปัญหาหน้าตอบจะหายไปเลยค่ะ กลายเป็นสาวหน้าอิ่ม มีน้ำมีนวล ย้อนวัยแน่นอนค่ะ

แผลผ่าตัดอยู่ตรงไหน
ทั้งการยุบโหนกและผ่าตัดกรามและวีไลน์ จะเปิดแผลในช่องปากทั้งหมดค่ะ กรณียุบโหนกจะมีแผลหน้าหูเล็กน้อย ซ่อนตามไรผม มองไม่เห็นแน่นอนค่ะ ส่วนกราม ปกติแล้วจะผ่าตัดแผลในช่องปาก แต่ก็มีบางเคสเหมือนกันค่ะ ที่จำเป็นจะต้องตัดกระดูกกรามออกโดยการเปิดแผลภายนอกบริเวณใต้คาง ขนาดแผลเล็กค่ะ ไม่เป็นจุดสังเกตแน่นอน

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะ ว่ากรามของเราจำเป็นต้องเปิดแผลด้านนอกรึเปล่า
ไม่สามารถบอกได้ค่ะจนกว่าจะเปิดแผลผ่าตัดในช่องปาก ว่าสามารถตัดกรามได้โดยเปิดแผลในปากได้อย่างเดียวเลยรึเปล่า ? แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ศัลยแพทย์จะไม่เปิดแผลภายนอกช่องปากค่ะ

ต้องมาตัดไหมในช่องปากมั้ยคะ ?
ไหมในช่องปากจะเป็นไหมละลาย ซึ่งจะค่อยๆหลุดไปเอง ในระยะเวลาประมาณ 2 เดือนค่ะ ส่วนไหมภายนอกบริเวณหน้าหูซ่อนตามไรผม จะเป็นไหมที่ต้องตัดออก ครบ 7 วันตัดไหมค่ะ

จัดฟันแล้วสามารถผ่าตัดยุบโหนก วีไลน์ได้หรือไม่ ?
สามารถทำได้ค่ะ เพียงแต่ต้องดูแลรักษาทำความสะอาดในช่องปากมากกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่บอก แผลผ่าตัดอยู่ในปาก การบ้วนปากทุกครั้งด้วยน้ำเกลือหลังรับประทานอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณแผลผ่าตัดในช่องปากค่ะ

การดูแลรักษาตัวเองหลังการผ่าตัด มีอะไรบ้าง ?
หลักๆ คือการดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากด้วยการบ้วนน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากผสมน้ำเปล่า หลังอาหารทุกครั้งค่ะ และการใช้ผ้ารัดหน้าอย่างสม่ำเสมอในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด

กระดูกจะเชื่อมติดกันสนิท ใช้เวลานานมั้ยคะ ?
กระดูกเชื่อมติดสนิทใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ค่ะ

หลังผ่าตัดบวม ช้ำเขียว นานมั้ยคะ ?
บอกเลยว่าแล้วแต่บุคคลค่ะ ที่เคยเห็นการยุบบวมของคนไข้เร็วสุดคือ ประมาณ 5 วัน ก็ยุบบวมเกือบหมดแล้ว และแทบไม่ช้ำบวมเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับการดูแลตัวเองตามคำสั่งแพทย์และสุขภาพร่างกายตัวเองค่ะ


ศัลยกรรมความงาม ตัดกรามวีไลน์ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.fullhouseclinic.net/
2
แนวทางการป้องกันและดูแล อาหารหมา โรคข้อเข่าเสื่อมของน้องหมา อาการข้อเข่าเสื่อมในน้องหมามักเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ และการที่น้องหมาวิ่งไปชนกับวัตถุที่มีความแข็ง เช่น โต๊ะ ตู้ หรือวิ่งแล้วลื่นนั่นเองค่ะ

อาการปวดข้อปวดเข่า หรืออาการข้อเข่าเสื่อม หากใครเป็นอยู่คงจะรู้ดีว่ามันรู้สึกเจ็บแค่ไหน แม้กระทั่งตอนยืนก็ยังรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ตลอดเวลา ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับคนเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นกับน้องหมาได้เช่นกัน ลองคิดดูสิคะ หากน้องหมาของเราเป็นโรคนี้เขาจะรู้สึกเจ็บปวดขนาดไหน และโรคข้อเข่ายังถือว่าเป็นโรคยอดฮิตในสุนัขซะด้วย วันนี้เราจึงขอหยิบสาระดีๆ เกี่ยวกับโรคนี้มาฝากค่ะ

สุนัขพันธุ์ไหนบ้างนะที่มีความเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
โดยส่วนใหญ่แล้วโรคข้อเข่าเสื่อมนี้มักพบได้ในสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิวาว่า ชิสุ ยอร์คเชียร์ ปอมเมอเรเนี่ยน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากถึง 80% ด้วยกัน เหตุก็เพราะว่าโรคนี้มักเป็นกรรมพันธุ์ที่ติดต่อ หรือสืบทอดต่อกันมาตามสายพันธุ์ ซึ่งสาเหตุโดยรวมนั้นเกิดจากแนวทางการทำงานของกล้ามเนื้อที่เป็นเอ็นของกระดูก หรือลูกสะบ้าผิดปกติไปนั่นเอง บางทีอาจจะเกิดที่กระดูกก่อน หรือกล้ามเนื้อก่อนก็ได้ โดยนอกเหนือจากกรรมพันธุ์แล้ว สาเหตุอีกอย่างของโรคนี้คือ เจ้าตัวเล็กที่เราเลี้ยงกันอยู่อาจจะมีการเล่นซนจนทำให้ขาของพวกมันดันไปกระแทกกับวัตถุแข็ง เช่น วิ่งเล่นเร็วเกินไปแล้วขาไปกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะ โซฟา หรือ การที่น้องวิ่งขึ้นลงบันไดและอาจลื่นตกลงมา นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกันค่ะ โดยอุบัติเหตุเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาที่ไม่ได้เป็นโรคนี้มาตั้งแต่เกิดได้เช่นกัน

จะรู้ได้อย่างไรว่าน้องหมามีอาการของโรคนี้?
กรณีที่เกิดขึ้นกับน้องหมาตัวเล็ก เราแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าน้องมีอาการที่จะเป็นโรคนี้ เพราะว่าอาการในช่วงแรกเราอาจจะยังสังเกตได้ไม่แน่ชัดเท่าไรนัก นั่นคือโครงสร้างของน้องหมาตัวเล็กยังไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมาก เนื่องจากการที่เราเห็นได้ในช่วงแรกๆ อาจเรียกได้ว่าเป็นอาการข้อเข่าไม่มั่นคงนั่นเอง แต่เมื่อน้องโตขึ้นเราสามารถสังเกตได้จากลักษณะที่ขานั้นมีอาการบิดขาด้านหน้ากับด้านหลัง เดินได้ไม่เท่ากัน แถมมีอาการเดินกะเพลกนั่นเองค่ะ

หากเกิดขึ้นในสุนัขที่โตแล้ว อาการเบื้องต้นที่เห็นได้ชัดเจนเลยนั่นก็คือ อาจมีการยกขาในบางครั้ง และจะยิ่งเห็นได้ชัดว่าในตอนยืนนั้น เขาจะยืดขาไม่ค่อยได้ ยิ่งหากมีการเสียดสีของกระดูกมากๆ อาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้ เราก็จะสังเกตเห็นอาการได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ



แนวทางการป้องกันและดูแล อาหารหมา โรคข้อเข่าเสื่อมของน้องหมา เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/ให้อาหารหมาแมว/
3
เรื่องของสาวๆ / ผิวสวยด้วย คอนลาเจนวุฒิศักดิ์
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ กันยายน 19, 2017, 03:54:36 PM »
ผิวสวยด้วย คอนลาเจนวุฒิศักดิ์ วงจรการผลัดเซลล์ผิว (skin cell turnover) ของร่างกายมีระยะเวลา 16-21 วันในแต่ละช่วง การผลัดเซลล์ผิวจะเกิดขึ้นบริเวณส่วนบนสุดของผิวหนังชั้นกำพร้า (epidermis) ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นนอกสุดของร่างกาย


เราเรียกเซลล์ที่หลุดลอกนี้ว่า “ขี้ไคล” หรือชื่อในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า “สเตรตัม คลอเนียม” มีลักษณะซ้อนทับกัน 15-20 ชั้น และมีเคราตินเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้ผิว และทำให้ผิวยืดหยุ่น สามารถจัดเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้


ชั้นผิวหนังจะหนาหรือบางจึงขึ้นอยู่กับชั้นของเคราตินนี้ด้วย เซลล์สเตรตัม คลอเนียม ซึ่งต่อไปเราจะเรียกในชื่อสามัญว่า “ขี้ไคล”นี้ จะยึดติดกันด้วย “คอร์นีโอเดสโมโซม” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเซลล์ไม่ให้หลุดออกจากกัน เมื่อผิวครบวงจรการผลัดเซลล์ผิว หรือได้รับความเสื่อมสภาพจากปัจจัยเร่งเร้าภายนอก อาทิ แสงแดด การอักเสบของผิว ควันบุหรี่ สารเคมี หรือมลพิษ ฯลฯ ร่างกายจะผลิตเอนไซม์ช่วยในการทำลายสะพานเชื่อมเซลล์นี้ และส่งผลให้มีการหลุดลอกของเซลล์ในลำดับต่อไป ในปัจจุบันเราจะพบว่าสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษนั้น ส่งผลให้เซลล์มีการหลุดลอกช้าลง โดยผู้ที่มีสภาพผิวมันจะเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหานี้เป็นหลัก เนื่องจากน้ำมันบนผิวหน้าจะส่งผลให้เซลล์ผิวเหล่านี้เกาะกันแน่นจนเกินไป หรือแม้แต่อายุที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวช้าลงเช่นกันได้เช่นกัน


ปัญหาผิวหน้าลอกจากการที่เซลล์ผิวผลัดเซลล์ผิวไม่สม่ำเสมอ

ทำให้ผิวอาจเกิดภาวะแห้งกร้านจากสภาวะแวดล้อมภายนอก และหลุดลอกออกบางส่วน โดยการหลุดลอกนี้อาจนำมาซึ่งอาการแทรกซ้อน เช่น อาการคัน และเชื้อราได้ และการผลัดเซลล์ผิวที่ไม่สม่ำเสมอนี้เองทำให้การบำรุงผิวจะไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจาก ครีม/เซรั่มที่ทาลงบนผิวนั้นจะถูกยึดติดอยู่บริเวณผิวที่เสื่อมสภาพก่อน ไม่สามารถซึมได้ถึงผิวชั้นใน บางครั้งเราจึงสงสัยว่าครีมบำรุงผิวที่เราใช้นั้น จึงไม่สามารถแก้ปัญหา/ตอบโจทย์บนใบหน้าของเราได้เลย


โดยปัญหาที่เกิดจากการผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลงจะเกิดผลเสียดังนี้

ใบหน้าหมองคล้ำ
สีผิวไม่สม่ำเสมอ ปรากฏจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้สภาพรวมบนใบหน้าเหมือนคนสูงวัย เนื่องจากเซลล์ผิวที่หมดอายุแล้วตกค้างสะสมบนใบหน้า จึงทำให้กระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ชะลอตัวลง


ผิวสวยด้วย คอนลาเจนวุฒิศักดิ์ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.beautysanta.com/คอลลาเจนวุฒิศักดิ์/
4
เรื่องของสาวๆ / สัญญาณบอกรักเหล่าทาสอย่างสุดหัวใจของ แมว
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ กันยายน 19, 2017, 02:41:09 PM »
พฤติกรรมท่าทางแปลกๆ ของเจ้าเหมียวที่เหล่าทาสมักพบอยู่เป็นประจำ อาจเป็นการส่งสัญญาณบ่งบอกถึงความรักที่เจ้าเหมียวมีให้กับคุณ

บางครั้งเราอาจเกิดความสงสัยว่าแมวของเรานั้นรักเราจริงๆ หรือเปล่า? เพื่อคลายความสงสัย และช่วยแก้ปัญหาที่ลึกลับซับซ้อนนี้ เพียงแค่คุณดูภาพประกอบด้านล่างพร้อมอ่านคำอธิบาย เราค่อนข้างแน่ใจว่าหลายคน (แต่ไม่ทั้งหมด) อาจคุ้นเคยกับท่าทางเหล่านี้ ซึ่งมันจะเชื่อมโยงไปสู่คำตอบให้กับคุณค่ะ

ที่แมวกัดก็กัดเพราะรัก….แต่หวังว่าจะไม่เจ็บเกินไปนะเจ้าทาส หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงแมว คุณจะต้องเคยมีโมเมนต์ที่วางมืออยู่เฉยๆ แล้วเป็นอันต้องสะดุ้งทุกทีที่นั่งเพลินๆ เพราะโดนฟันแหลมเล็กๆ มากัดเล่นที่นิ้ว นี่คงเป็นการแสดงออกทางความรักอย่างหนึ่งของเจ้าเหมียว และหาโอกาสชวนเราเล่นไปด้วยในตัว

ติดตามคุณไปทุกที่ และออดอ้อนอ้อยอิ่งไปทุกที่ที่มีคุณอยู่ อาการแบบนี้เห็นได้ไม่บ่อยนัก แต่เจ้านายที่สุดแสนจะอินดี้ของคุณมักจะทำกับคุณเสมอ และไม่ว่าคุณจะย้ายตัวไปไหน หากเจ้านายคุณเกิดพิศวาสทาสแบบคุณขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็ วันนั้นทั้งวันเขาก็จะคลอเคลียอยู่ไม่ห่างคุณไปตลอด เจอวิธีบอกรักแบบนี้เหล่าทาสอย่างเราไม่หลงก็ให้มันรู้ไป

บางทีวันไหนใจดีหน่อยก็จะนวดให้เหมือนกับว่าวันนี้ฉันอารมณ์ดีนะเจ้าทาส เอาเป็นว่าฉันจะนวดให้นายแล้วกัน เพื่อเป็นการตอบแทนที่ดูแลฉันอย่างดีเสมอมานะเหมียว

การบอกรักผ่านปลายหาง บางครั้งเจ้าเหมียวมักจะมีท่าทางบอกรักแบบแปลกๆ เช่น ถ้าวันไหนที่คุณกลับมาบ้านแล้วพบกับเจ้าเหมียวที่นั่งรอคุณพร้อมกับอาการยกหางขึ้นตรง แล้วแกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์ นั่นก็แสดงว่ามันกำลังดีใจที่คุณกลับบ้านมาหามันแล้ว การแกว่งหางแล้วเดินตรงเข้ามาหานั่นก็คือการแสดงความรักต่อเหล่าทาสอีกอย่างหนึ่งเช่นกันค่ะ

เสียงกรนในลำคอ เรามักจะได้ยินเสียงแบบนี้ในช่วงเวลาที่เขากำลังหลับใช่ไหมล่ะ? เสียงกรนครืนๆ ที่ดังอยู่ในลำคอเจ้าเหมียวนั้นคือการแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยนะว่า มันจะรู้สึกสบายใจและปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ข้างๆ คุณ และเสียงกรนก็อาจบ่งบอกได้ถึงอาการเจ็บป่วยของเจ้าเหมียวได้ด้วยนะ หง่าวววววว~

เมื่อคุณอยู่บ้านแล้วมีความรู้สึกว่า ไม่ว่าคุณจะขยับตัวไปไหนก็ดูเหมือนกับว่ากำลังถูกจับจ้องจากใครสักคนอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะหากคุณมีเจ้าเหมียวอยู่ในบ้าน เพราะมันจะคอยจับตามองคุณอยู่เสมอ ออกแนวแบบว่ารักนะแต่ไม่กล้าแสดงออกไงเล่าเจ้าทาส



สัญญาณบอกรักเหล่าทาสอย่างสุดหัวใจของ แมว  อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กทีนี่https://www.petcitiz.info/แมว/
5
เรื่องของสาวๆ / ก่อนเลี้ยงน้อง หมา ต้องเตรียมตัวอย่างไร
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ กันยายน 17, 2017, 09:11:35 AM »
ก่อนเลี้ยงน้อง หมา ต้องเตรียมตัวอย่างไร สำหรับบทความนี้จะขอนำความรู้สำคัญ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเลี้ยงสุนัขมาฝากผู้ที่กำลังสนใจอยากจะนำเจ้า หมา ขนปุย แสนรู้ แสนน่ารัก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว

ก่อนจะรับเจ้า หมา สักตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว หลายคนมักมองข้ามสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งไปคือ การเตรียมความพร้อมที่ดี ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เราเลี้ยงเขาได้ราบรื่น ไม่ติดขัด สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมความพร้อมยังไง วันนี้ Petcitiz ได้รวบรวมข้อมูลความรู้ อัดแน่นไปด้วยสาระสำคัญที่แสนจะเข้าใจง่ายมาไว้ให้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

1.เตรียมตัวเตรียมใจ

ขั้นแรกของการเริ่มต้นที่จะรับสุนัขเข้ามาเลี้ยงนั่นคือ การเตรียมตัวเตรียมใจของผู้เลี้ยง Petcitiz อยากจะให้เริ่มสำรวจตัวเองก่อนว่า พร้อมแล้วจริงๆ ไหมสำหรับการรับสุนัขมาเลี้ยงสักตัว เพราะอยากให้เพื่อนๆ คิดว่าเขาคือหนึ่งชีวิตที่เราจะต้องคอยดูแลไปอีกนานนับ 10 ปี หลายคนอาจคิดว่าการเลี้ยงเจ้า หมา ก็คล้ายกับการเลี้ยงลูก แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า เลี้ยงสุนัขนั้นยากกว่าเลี้ยงลูกเยอะเลยค่ะ เพราะเมื่อเขามีอายุมากขึ้น เขาจะไม่สามารถดูแลตนเอง หรือออกไปหาอาหารเองได้เหมือนกับคน ซึ่งตรงนี้คือจุดแตกต่างค่ะ ฉะนั้นเมื่อเราตกลงที่จะเลี้ยงเขาแล้ว นั่นหมายถึงว่าเราต้องรับผิดชอบชีวิตเขาทั้งชีวิตนะคะ จึงต้องสำรวจความพร้อมของตัวเองให้ดีเสียก่อน เมื่อคิดได้อย่างมั่นใจแล้วว่าพร้อมที่จะเลี้ยง ก็ตามไปดูที่ข้อต่อไปได้เลยค่ะ

2.สถานที่เลี้ยงดู

สถานที่ที่ใช้เลี้ยงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะสถานที่ที่ใช้เลี้ยงนั้นอาจจะสัมพันธ์กับขนาด และสายพันธุ์ของสุนัขบางประเภท เราต้องคำนึงถึงที่อยู่อาศัยของเราด้วย เช่น บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์เฮ้าส์ ปัญหาในการเลี้ยงก็จะมีน้อย ส่วนเพื่อนๆ ที่พักอยู่ในห้องเช่า คอนโดมิเนียม หรือบ้านเช่า ต้องพิจารณาจากสถานที่นั้น และดูว่าทางที่พักอนุญาตให้นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงได้หรือไม่ ในกรณีนี้ผู้เลี้ยงต้องไปสอบถามให้แน่นอน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาตามหลังมาได้นะคะ

3.เวลา

เรื่องเวลาก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการรับสุนัขมาเลี้ยง เราจำเป็นที่จะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าเดิม เสียสละเวลาของตนมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งบ้านไหนที่มีเจ้าของอยู่คนเดียว เวลาที่เราออกไปข้างนอกไม่ว่าจะไปทำงานทั้งวัน หรือออกไปซื้อของแค่เพียง 5-10 นาที สังเกตไหมว่าทำไมเขาถึงดีใจทุกครั้งที่เรากลับมา นั่นเป็นเพราะว่าเขามีเราแค่เพียงคนเดียว ไม่มีใครอื่นเพิ่มเติม ส่วนเรานั้นมีเพื่อน มีสังคม ดังนั้น โลกทั้งใบของเขาก็คือ “เรา” เมื่อคิดจะเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อนสักตัว เราจึงต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาใส่ใจเขาด้วยนะคะ

4.ค่าใช้จ่าย

บางคนอาจจะคิดว่าแค่สุนัขตัวเดียวคงไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมากมายหรอก แต่แท้จริงแล้วนอกจากค่าอาหารรายเดือน และค่าอุปกรณ์ เช่น ที่นอน สายจูง ของเล่น เสื้อผ้า ฯลฯ Petcitiz อยากให้เพื่อนๆ อย่าลืมที่จะสำรองเงินอีกส่วนหนึ่งเผื่อไว้ด้วยนะคะ เงินส่วนนี้จะเป็นเงินสำรองเมื่อยามสุนัขเจ็บป่วย จะได้ไม่ต้องกังวล หรือเดือดร้อนค่าใช้จ่ายประจำวันของเรานั่นเองค่ะ

5.การเลือกสายพันธุ์

ข้อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการเลือกสายพันธุ์ที่จะเลี้ยงก็คือ พื้นที่เลี้ยงต้องสัมพันธ์กับขนาด และสายพันธุ์ของสุนัขบางประเภท เช่น เราพักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่อยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่าง พิตบูล แบบนี้ก็ไม่ค่อยแนะนำนะคะ เพราะสายพันธุ์นี้มีพลังงานสูง ต้องการใช้พลังงานมาก แต่ถ้าลองเปลี่ยนใจไปเลือกเจ้าตูบขนาดกลางหรือเล็ก ก็น่าจะเหมาะสมกว่าค่ะ เมื่อตัดสินใจเลือกสายพันธุ์ได้แล้วก็ให้หาแหล่งที่ขาย หรือฟาร์มสุนัขที่ไว้ใจได้ อาจเป็นลูกสุนัขที่มาจากสุนัขบ้าน (ที่เลี้ยงในบ้านไม่ได้เป็นฟาร์ม) คือเป็นสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงไว้แล้วเกิดคลอดขึ้นมา เขาเลยแบ่งขาย ตรงส่วนนี้ก็อาจจะได้ราคาพิเศษกว่าตามร้านขายทั่วไป หลังจากนั้นก็อย่าลืมสอบถามเรื่องการฉีดวัคซีน และการถ่ายพยาธิ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ หากผู้ขายตอบคำถามไม่ได้ หรือไม่มีใบรับรองเรื่องการฉีดวัคซีน ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสุนัขจากเจ้านั้น แต่ถ้าเป็นสุนัขที่มีเพื่อน หรือคนรู้จักมามอบให้ เราก็สามารถนำไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลสัตว์เองได้ โดยปกติแล้วจะเริ่มทำการฉีดวัคซีนเข็มแรกตอนลูกสุนัขอายุได้ 6-8 สัปดาห์ รายละเอียดเรื่องการฉีดวัคซีนก็มีดังนี้ค่ะ



ก่อนเลี้ยงน้อง หมา ต้องเตรียมตัวอย่างไร อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กทีนี่https://www.petcitiz.info/หมา/
6
เคล็ดลับ อาหารหมา ทำให้สุนัขขนสวย ขนน้องหมาไม่นุ่มสวย เป็นปัญหาที่มือใหม่หัดเลี้ยงสุนัขมักประสบ ลองเปลี่ยนวิธีการดูแลด้วยเคล็ดลับที่เรานำมาฝากในวันนี้ดูสิคะ
เคยไหมคะ เลี้ยงน้องหมาขนยาวแต่พอจับขนกลับรู้สึกสากมือ ไม่นุ่มเหมือนน้องหมาของคนอื่นที่เราเคยเล่นเคยจับมา ปัญหานี้มักเกิดขึ้นเสมอกับมือใหม่หัดเลี้ยงน้องหมา วันนี้เรามีเคล็ดลับที่จะทำให้ขนน้องหมานุ่มสลวย จับแล้วไม่หยาบมืออีกต่อไปมาฝากค่ะ จะมีวิธีดูแลอย่างไรตามไปดูกันเลย!
1.แชมพู
ลองสังเกตดูสิคะว่า แชมพูที่คุณใช้อาบน้ำให้น้องหมาอยู่ในตอนนี้มีหลากหลายสูตรด้วยกัน เพราะหากคุณอยากให้ขนน้องหมานุ่มสวย แต่ดันไปใช้แชมพูที่บำรุงผิวหนัง ขนน้องหมาก็อาจจะเงาแต่ก็ไม่ได้นุ่มนั่นเองค่ะ โดยแชมพูที่ใช้อาบน้ำให้น้องหมาก็จำเป็นจะต้องใช้แชมพูสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้แชมพูเด็ก หรือแชมพูของน้องมาโตในกรณีที่น้องหมาของเราเป็นพันธุ์เล็กนะคะ นั่นก็เพราะอาจทำให้ผิวหนังเกิดการแพ้ และอักเสบได้ ฉะนั้น เราควรเลือกแชมพูอาบน้ำให้ตรงกับลักษณะของน้องหมานั่นเองค่ะ
2.ขนสวยเริ่มด้วยโภชนาการที่ดี
ดังคำกล่าวที่ว่า “You are what you eat” ฉันใด เคล็ดลับของการสร้างสุขภาพขนและผิวหนังของลูกสุนัขก็คือ เลือกอาหารคุณภาพดี มีโปรตีนสูงให้สุนัขของเราฉันนั้น นั่นก็เพราะหากน้องหมาของเราได้รับสารอาหารที่ดีและครบถ้วนแล้วนั้น ก็จะทำให้ขนสวยขึ้นนั่นเองล่ะค่ะ ฉะนั้น เราจึงควรเลือกอาหารที่เหมาะสมกับอายุของน้องหมา รวมถึงอาหารเสริมที่บำรุงขนได้ด้วยก็จะเป็นการดี
3.อาหารเสริม
ลองหาอาหารเสริมที่มีพวก กรดไขมันโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ดูค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับสุขภาพขนของน้องหมามาก เพราะจะช่วยลดในเรื่องของการผลัดขน และทำให้ขนเงางามขึ้นแทนนั่นเอง โดยวิตามินและแร่ธาตุถือว่าเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ขนและผิวหนังมีสุขภาพดีขึ้นเลยก็ว่าได้ค่ะ
4.เช็คสภาพขนและผิวหนังเป็นประจำ
เราควรตรวจเช็คสภาพขนและผิวหนังอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือโดยเริ่มจากสำรวจตั้งแต่หัวจรดหาง เพื่อค้นหาเห็บ-หมัด-เหา ฯลฯ เพราะเจ้าพยาธิภายนอกเหล่านี้จะทำให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังตามมาได้ และอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ขนน้องหมาไม่สวย
5.แปรงขนสม่ำเสมอ
การแปรงขนเป็นประจำช่วยป้องกันปัญหาขนพันกัน และทำให้น้ำมันของขนกระจายตัว ช่วยให้ขนไม่แห้ง ซึ่งเราควรทำอาทิตย์ละครั้ง แต่ถ้าลูกหมาของเราขนยาว ก็ต้องแปรงขนอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งค่ะ



เคล็ดลับ อาหารหมา ทำให้สุนัขขนสวย ขนน้องหมาไม่นุ่มสวย อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/ให้อาหารหมาแมว/
7
มีชื่อโดเมนภาษาไทย รับส่งสินค้า แนะนำค่ะ ท่านทำธุรกิจรับส่งสินค้า อย่าพลาดนะ
8
เรื่องของสาวๆ / makeup สาวผิวแทน
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ กันยายน 14, 2017, 01:34:48 PM »
makeup สาวผิวแทน วิธีแต่งหน้าสาวผิวแทน ทาปากแดงยังไง ไม่ให้เป็นกาคาบพริก วิธีแต่งหน้าสำหรับสาวผิวแทน จะแต่งหน้าทาปากแดงยังไง ? ให้สวยปัง และไม่ดูเป็นกาคาบพริก

สาว ๆ ผิวแทนทั้งหลายที่มีปัญหากับการแต่งหน้าทาปากแดงแล้วกลัวว่าจะมีคนล้อว่าเป็นกาคาบพริก วันนี้มั่นใจกันได้เลยค่ะ เพราะกระปุกดอทคอมมีเทคนิคการแต่งหน้าทาปากแดงให้สวยปัง ! จากคุณ อายตา ห้าบาท สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาให้สาว ๆ ได้ลองแต่งตามกันดูแล้ว บอกเลยว่าลุคนี้ต่อให้เป็นสาวผิวคล้ำ ผิวแทน ผิวสีน้ำผึ้ง แต่งยังไงก็เกิดสุด ๆ ว่าแล้วก็อย่ารอช้า… ไปดูฮาวทูแล้วแต่งตามกันเลย

การแต่งหน้าสำหรับสาวผิวคล้ำย่อมเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก มากกว่าสาวผิวขาวเสียอีก เพราะสาวผิวคล้ำมีสีผิวที่เอกลักษณ์โดดเด่น การเลือกเฉดสีให้เข้ากับใบหน้าย่อมเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งก่อนแต่งหน้า และเราจะแต่งหน้าสาวผิวคล้ำเข้มอย่างไรให้ออกมาสวยโดนใจ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาแนะนำแล้วค่ะ

1. เตรียมพร้อมผิวหน้าให้เนียนกระจ่างใส
ไม่ว่าสีผิวสาวๆ จะมีสีผิวใดก็ตาม ก่อนการแต่งหน้าทุกครั้ง ควรลงครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดก่อนเสมอ จากนั้นจึงเลือกใช้รองพื้นที่มีเฉดสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวคุณ แนะนำให้เลือกเฉดสีที่สว่างกว่าสีผิวจริง 1 เฉดสี เพื่อจะยิ่งส่งผลให้ผิวเนียนผ่องใสยิ่งขึ้น จากนั้นทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอด้วยปลายนิ้วมือ เสร็จแล้วให้นำแป้งฝุ่นมาปัดให้ทั่วผิวหน้าอย่างบางเบาต่อไปค่ะ

2. ตกแต่งดวงตาและคิ้วให้ได้รูปสวยคม
ขั้นตอนต่อมา มาถึงการตกแต่งคิ้วให้สวยคมกันบ้าง ให้คุณใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นที่มีเฉดสีน้ำตาลเข้มมาปัดลงตามแนวคิ้วที่เราได้วาดร่างไว้ สาวๆ สีผิวคล้ำเข้มควรตกแต่งดวงตาให้ออกมาในโทนซอล์ฟสโมกกี้อายจะดีมาก เพราะจะได้ช่วยเพิ่มความโดดเด่น ทั้งยังไม่ทำให้ดวงตามีความเข้มจนแลดุมากเกินไป ด้วยการใช้อายแชโดว์โทนสีกลางอย่างสีทอง สีน้ำตาลและสีนู้ด ขอแนะนำให้คุณลงอายแชโดว์สีนู้ดผสมให้เข้ากับชิมเมอร์แล้วนำมาทาให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นลงอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มไปตามรอยพับของเปลือกตา โดยการใช้แปรงเกลี่ยหรือเบลนด์ให้ออกมาสวยฟุ้ง กระทั่งเกิดความกลมกลืนกัน เสร็จแล้วตามด้วยขั้นตอนการเขียนอายไลน์เนอร์ให้เป็นเส้นเล็กชิดเข้ากับขอบตา จึงตามด้วยการดัดขนตาให้งอนเด้งแล้วปัดมาสคาร่า จากนั้นจะติดด้วยขนตาปลอมอีกทีก็ได้ เพียงเท่านี้สาวๆ ก็ได้ดวงตาสวยคมเป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ



makeup สาวผิวแทน ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://riwigo.com/
9
แนะนำตัวกันสักนิด / Re: อุปกรณ์โยคะ
« กระทู้ล่าสุด โดย jenniferangs เมื่อ กันยายน 13, 2017, 02:46:04 PM »
กำลังอยากออกกำลังกายแบบโยคะ พอดีเลยย
10
เรื่องของสาวๆ / แนวทางการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของน้องหมา
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ กันยายน 11, 2017, 04:51:03 PM »
ประเด็นหลัก
• อาการข้อเข่าเสื่อมในน้องหมามักเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ และการที่น้องหมาวิ่งไปชนกับวัตถุที่มีความแข็ง เช่น โต๊ะ ตู้ หรือวิ่งแล้วลื่นนั่นเองค่ะ

อาการปวดข้อปวดเข่า หรืออาการข้อเข่าเสื่อม หากใครเป็นอยู่คงจะรู้ดีว่ามันรู้สึกเจ็บแค่ไหน แม้กระทั่งตอนยืนก็ยังรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ตลอดเวลา ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับคนเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นกับน้องหมาได้เช่นกัน ลองคิดดูสิคะ หากน้องหมาของเราเป็นโรคนี้เขาจะรู้สึกเจ็บปวดขนาดไหน และโรคข้อเข่ายังถือว่าเป็นโรคยอดฮิตในสุนัขซะด้วย วันนี้เราจึงขอหยิบสาระดีๆ เกี่ยวกับโรคนี้มาฝากค่ะ



สุนัขพันธุ์ไหนบ้างนะที่มีความเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
โดยส่วนใหญ่แล้วโรคข้อเข่าเสื่อมนี้มักพบได้ในสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิวาว่า ชิสุ ยอร์คเชียร์ ปอมเมอเรเนี่ยน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากถึง 80% ด้วยกัน เหตุก็เพราะว่าโรคนี้มักเป็นกรรมพันธุ์ที่ติดต่อ หรือสืบทอดต่อกันมาตามสายพันธุ์ ซึ่งสาเหตุโดยรวมนั้นเกิดจากแนวทางการทำงานของกล้ามเนื้อที่เป็นเอ็นของกระดูก หรือลูกสะบ้าผิดปกติไปนั่นเอง บางทีอาจจะเกิดที่กระดูกก่อน หรือกล้ามเนื้อก่อนก็ได้ โดยนอกเหนือจากกรรมพันธุ์แล้ว สาเหตุอีกอย่างของโรคนี้คือ เจ้าตัวเล็กที่เราเลี้ยงกันอยู่อาจจะมีการเล่นซนจนทำให้ขาของพวกมันดันไปกระแทกกับวัตถุแข็ง เช่น วิ่งเล่นเร็วเกินไปแล้วขาไปกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะ โซฟา หรือ การที่น้องวิ่งขึ้นลงบันไดและอาจลื่นตกลงมา นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกันค่ะ โดยอุบัติเหตุเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาที่ไม่ได้เป็นโรคนี้มาตั้งแต่เกิดได้เช่นกัน



จะรู้ได้อย่างไรว่าน้องหมามีอาการของโรคนี้?
กรณีที่เกิดขึ้นกับน้องหมาตัวเล็ก เราแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าน้องมีอาการที่จะเป็นโรคนี้ เพราะว่าอาการในช่วงแรกเราอาจจะยังสังเกตได้ไม่แน่ชัดเท่าไรนัก นั่นคือโครงสร้างของน้องหมาตัวเล็กยังไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมาก เนื่องจากการที่เราเห็นได้ในช่วงแรกๆ อาจเรียกได้ว่าเป็นอาการข้อเข่าไม่มั่นคงนั่นเอง แต่เมื่อน้องโตขึ้นเราสามารถสังเกตได้จากลักษณะที่ขานั้นมีอาการบิดขาด้านหน้ากับด้านหลัง เดินได้ไม่เท่ากัน แถมมีอาการเดินกะเพลกนั่นเองค่ะ

หากเกิดขึ้นในสุนัขที่โตแล้ว อาการเบื้องต้นที่เห็นได้ชัดเจนเลยนั่นก็คือ อาจมีการยกขาในบางครั้ง และจะยิ่งเห็นได้ชัดว่าในตอนยืนนั้น เขาจะยืดขาไม่ค่อยได้ ยิ่งหากมีการเสียดสีของกระดูกมากๆ อาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้ เราก็จะสังเกตเห็นอาการได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ



แนวทางการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของน้องหมา อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/หมา/
หน้า: [1] 2 3 ... 10